3. ลักษณะของกลุ่มดิน ชุดดิน และการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดิน

        3.1 ลักษณะของกลุ่มชุดดิน : มีเนื้อดินเป็นดินเหนียว ตลาดหน้าตัดดิน ดินบนสีดำหรือเทาเข้มมาก ดินชั้นล่างสีเทา มีจุดประสีน้ำตาลปนเหลือง สีแดงและพบจุดประสีฟางข้าวของสารจาโรไซท์ (jarosite) ภายในระดับความลึก 100 ซม. จากผิวดินบน เป็นกรดจัดมาก ค่าของความเป็นกรดเป็นด่างน้อยกว่า 4.5

        3.2 ลักษณะของชุดดินในกลุ่ม

             3.2.1 ชุดดินองครักษ์ (Ongkharak series) ลักษณะเนื้อดินเป็นดินเหนียวสีดำ หรือเทาเข้มมาก มีจุดสีประสีน้ำตาลแก่และแดงปนเหลือง ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินเหนียว สีน้ำตาลปนเทาหรือน้ำตาล มีจุดประสีแดง น้ำตาลแก่และสีเหลืองฟางข้าว (jarosite motlles) ซึ่งเกิดขึ้นภาย 50 ซม. จากผิวดิน บน ปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก ค่าของความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 3.5-4.5 ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ใช้ในการปลูกข้าวเป็นพืชหลัก

            3.2.2 ชุดดินรังสิตประเภทกรดจัด (Rangsit extremely acid phase) ลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินเหนียวมสีดำหรือสีเทาเข้มมากมีจุดสีประเป็นสีน้ำตาลปนเหลือง ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวสีน้ำตาล น้ำตาลปนเทาหรือน้ำตาลปนเทาเข้มมีจุดสีประเป็นสีแดง สีเหลืองและเหลืองฟางข้าว ซึ่งจะพบต่ำกว่า 50 ซม. แต่ภายใน 1 เมตรจากผิวดินบน ปฏิกิริยาเป็นกรดจัดมาก ค่าของความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 3.5-4.5 ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง การใช้ประโยชน์เช่นเดียวกับดินชุดองครักษ์

            3.2.3 ชุดดินมูโน๊ะ (Munoh series) ลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนดินเหนียวสีดำหรือสีเทาเข้มมาก มีจุดประสีน้ำตาลปนเหลือง ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวสีเทาหรือเทาอ่อน และจะพบดินเหนียว ดินร่วนเหนียวปนทรายแป้งหรือดินร่วนปนทรายแป้งสีเทาอมเขียว ภายในความลึก 100 ซม. และมีจุดประสีเหลืองฟางข้าวเกิดขึ้นที่ความลึกระหว่าง 50-100 ซม. จากผิวดินบน ปฏิกิริยาของดินเป็นกรดแก่ถึงเป็นกรดจัด ค่าของความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 4.0-5.5 ในดินชั้นบนและ 4.0-4.5 ในดินชั้นล่าง

            3.2.4 ชุดดินเชียรใหญ่ (Chian Yai series) ลักษณะเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทราย แป้งหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้งสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้ม ปกติจะพบชั้นวัสดุอินทรีย์เกิดขึ้นเป็นชั้นบางๆ ที่ผิวดิน ส่วนดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวสีเทาหรือเทาปนน้ำตาลอ่อนและพบโคลนก้นทะเล (marine clay) ภายในความลึก 50 ซม. จากผิวดินบนและมีซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบอยู่สูงระหว่าง 4.5-5.0 และจะมีค่าสูงขึ้นเป็น 7.0-8.0 ในดินชั้นล่างลึกๆ ซึ่งเป็นชั้นวัตถุต้นกำเนิดของดิน

        3.3 การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดิน

             ในการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของดินแต่ละชุดได้ใช้คุณสมบัติทางเคมี คือความสามารถในการแลกประจุบวก (cation exchange capacity -CEC) การอิ่มตัวธาตุที่เป็นด่าง (base saturation -B.S) ปริมาณอินทรียวัตถุ (organic matter -O.M) และปริมาณฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อพืชซึ่งได้จากผลของการวิเคราะห์ดินที่เป็นตัวแทนของชุดดินในกลุ่ม โดยพิจารณาเฉพาะผิวดินบนหนา 30 ซม. วิธีการประเมินใช้วิธีในคู่มือการวินิจฉัยคุณภาพของดินในประเทศไทย 1973 (Soil Interpretation Handbook for Thailand 1973) พิมพ์เผยแพร่โดยกรมพัฒนาที่ดิน ผลของการประเมินสรุปได้ดังนี้

    ตารางที่ 1 ผลการวิเคราะห์ดินและระดับความอุดมสมบูรณ์ของดิน

    ชุดดิน / Profile code หรือ

    Lab.No.

    ค่าเฉลี่ยผลการวิเคราะห์ดินบนหนา 30 ซม.

     

    ระดับความ

    อุดมสมบูรณ์

    C.E.C.

    Me/100g Soil

    B.S

    %

    O.M

    %

    P

    ppm.

    K

    Ppm.

    องค์รักษ์

    P-696-7

    31.40

    31.00

    1.79

    5.00

    186.00

    ปานกลาง

    รังสิตประเภท

    กรดจัด

    P-689-690

    20.15

    46.50

    1.83

    5.00

    128.00

    ปานกลาง

    มูโน๊ะ

    T-185

    21.00

    14.50

    5.26

    37.90

    70.50

    ค่อนข้างสูง

    เชียรใหญ่

    T-62

    40.45

    22.00

    13.13

    45.00

    129.00

    ค่อนข้างสูง

   
    สรุป
จากผลของการประเมินความอุดมสมบูรณ์ของชุดดิน องค์รักษ์ รังสิตประเภทกรดจัด มูโน๊ะ และเชียรใหญ่ความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกัน คือดินชุดองค์รักษ์และรังสิต ประเภทกรดจัดมีความสมบูรณ์ปานกลาง ส่วนดินชุดมูโน๊ะและเชียรใหญ่มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างสูงถึงสูง

   

back.gif (2807 bytes)forward.gif (2807 bytes)