6. การจัดการกลุ่มชุดดินเพื่อให้ความเหมาะสมในการปลูกพืช
ในการพิจารณาเลือกพืชที่จะนำมาปลูกนั้น จะต้องพิจารณาถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ของกลุ่มดินรวมกับการจัดระบบของการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับศักยภาพของดิน พอสรุปได้ดังนี้
6.1 การจัดการเรื่องการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจากกลุ่มดินชุดนี้มีศักยภาพที่จะเกิดการชะล้างพังทลายสูง จากเนื้อดินค่อนข้างเป็นทรายและมีความลาดชันสูง ควรใช้มาตรการทางพืชมาปฏิบัติในพื้นที่ที่มีความลาดชันน้อยกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ เช่น
-ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันมิให้ฝนกระทบเม็ดดินโดยตรง
-ปลูกพืชขวางความลาดเท ปลูกพืชเป็นแถบขวางความลาดเท ปลูกหญ้าแฝก
ตามแนวระดับหรือปลูกพืชตระกูลถั่วสลับพืชหลัก เพื่อขวางทิศทางการไหล่บ่าของกระแสน้ำบริเวณพื้นที่ที่มีความลาดชันมากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ การนำมาตรการของวิธีกลที่ใช้กับพวกดินเหนียวเข้ามาร่วมด้วยนั้นเช่น การทำคันดิน ขั้นบันไดดิน ร่องระบายน้ำ อาจไม่ได้ผลเนื่องจากดินค่อนข้างเป็นทรายการเปิดหน้าดินเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายได้สูง อาจจะนำวิธีการทางพืชมาใช้แต่ต้องมีการจัดการอย่างระมัดระวัง
6.2 การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน เนื่องจากกลุ่มดินชุดนี้มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ ควรมีการเพิ่มปุ๋ยลงไปในดิน นอกจากใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มธาตุอาหารแล้วควรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุลงไปในดินในรูปของปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชสดในอัตรา 1-3 ตันต่อไร่ ปุ๋ยอินทรีย์เหล่านี้ยังช่วยให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินดีขึ้นและช่วยให้มีการใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6.3 การจัดระบบของการปลูกพืช เป็นแนวทางหนึ่งที่จะเพิ่มผลผลิตของพืชที่ปลูกและยังช่วยให้ดินมีความสามารถในการผลิตได้อย่างยั่งยืน เช่นการจัดระบบของการปลูกพืชหมุนเวียนการปลูกพืชตระกูลถั่วเป็นแถวสลับกับพืชหลัก การปลูกพืชยืนต้นร่วมกับพืชตระกูลถั่วตามแนวระดับหรือการปลูกพืชสดแล้วไถกลบก่อนปลูกพืชหลัก
6.4 การเลือกชนิดของพืชให้เหมาะสม เนื่องจากพื้นที่เป็นที่ดอน มีสภาพพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงภูเขา ดินมีการระบายน้ำดี และอยู่ในพื้นที่ที่มีฝนตกชุก ดินมีศัยภาพที่จะปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟและไม้ผลสูง
6.5
การพัฒนาจัดทำแหล่งน้ำหรือระบบกักเก็บน้ำในไร่นาร่วมถึงการรักษาความชื้นในดินด้วย