5. ปัญหาและข้อจำกัดของกลุ่มชุดดินที่ 10 ในการปลูกพืช

        5.1 ดินมีปฏิกิริยาเป็นกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด เนื่องจากกลุ่มชุดดินนี้เกิดจากการทับถมของตะกอนน้ำกร่อย คือ บริเวณที่น้ำจืดไหลมาปะทะกับน้ำทะเล ซึ่งในตะกอนที่มาทับถมกันนั้น มีเกลือซัลเฟต เช่น แมกนีเซียมซัลเฟต โซเดียมซัลเฟต โพแทนสเซียมซัลเฟต และเหล็กซัลเฟตปะปนมากับตะกอนดิน แล้วถูกลดอ๊อกซิเจน โดยจุลินทรีย์ (anaerobic bacteria) ให้มาอยู่ในรูปของแก๊สไข่เน่า (H2S) ต่อไปจะทำปฏิกิริยากับเหล็ก เกิดเป็นสารไพไรท์ (FeS2) เมื่อดินอยู่ในสภาพแห้งหรือไม่มีน้ำขังสารไพไรท์จะถูกอ๊อกซิเดชั่น ในที่สุดจะได้สารประกอบโพแทสเซียมและเหล็กไฮดอกซี่ซัลเฟตหรือที่เรียกว่าสารจาโรไซท์ (Jarosite) มีสีเหลือฟางข้าวซึ่งมีลักษณะคล้ายผงกำมะถันและได้กรดกำมะถัน (H2SO4) ออกมาด้วย จึงเป็นสาเหตุทำให้ดินเป็นกรดจัดหรือเปรี้ยวจัด มีค่าของความเป็นกรดเป็นด่างน้อยกว่า 4.5 ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการละลายของธาตุบางอย่างในดินออกมาในปริมาณมากจนเป็นพิษต่อพืชที่ปลูกซึ่งได้แก่ธาตุและสารประกอบดังต่อไปนี้

            5.1.1 ธาตุอลูมิเนียม ถ้าดินมีค่าของ pH ต่ำกว่า 4.5 จะละลายออกมามากจนส่งผลให้ระบบของรากพืชไม่เจริญเติบโตคือจะไปสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อรากพืช และยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์ทำให้รากพืชไม่สามารถงอกยาวขึ้นได้ อลูมินัมแม้จะมีอยู่ในดินเพียง 1-2 ส่วนในล้านส่วนก็เป็นพิษต่อพืชได้และปริมาณของอลูมินั่มที่ละลายได้จะมีค่าปฏิภาคกับค่า pH กล่าวคือเมื่อค่า pH ลดลง 1 หน่วยปริมาณอลูมินั่มที่ละลายได้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เท่า

            5.1.2 ธาตุเหล็ก เป็นธาตุอาหารพืชที่สำคัญธาตุหนึ่งช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากพืชถ้าดินเป็นกรดจัดหรือเปรี้ยวจัดจะละลายออกมามากจนเป็นพิษหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชได้ โดยทั่วไปแล้วดินที่มีธาตุเหล็กที่ละลายได้อยู่ 100 ส่วนในดินล้านส่วนจะมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก

            5.1.3 ก๊าซไฮโตรเจนซัลไฟด์ หรือก๊าซไข่เน่า เกิดขึ้นมากในดินเปรี้ยวจัดที่อยู่ในสภาพน้ำขัง จะไปยับยั้งการทำงานของรากพืชหากมีปริมาณมากจะทำให้รากพืชเน่าตายในเวลาต่อมาหรืออ่อนแอเกิดโรคได้ง่าย ต้นข้าวที่มีอายุน้อยจะได้รับผลกระทบจากก๋าซไฮโตรเจนซัลไฟด์มากกว่าต้นข้าวที่อายุมาก

            5.1.4 ก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ในดินเปรี้ยวจัดมักจะมีก๊าซชนิดนี้สะสมอยู่เนื่องจากการสลายตัวของอินทรีย์วัตถุในดิน และจะมีมากในช่วงแรกๆ ของดินที่ถูกน้ำขังแช่ ถ้ามีปริมารณมากจะทำให้รากพืชเจริญเติบโตช้าเกิดการเหึ่ยวเฉาและการดูดธาตุอาหารของรากพืชลดลง

            5.1.5 ธาตุฟอสฟอรัส จะถูกตรึงให้อยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เมื่อดินเปรี้ยวจัดทั้งนี้เนื่องจากธาตุเหล็กและอลูมินั่มจะละลายออกมามากแล้วจะรวมกับธาตุฟอสฟอรัสในดินเกิดเป็นสารประกอบฟอสเฟตที่ไม่อยู่ในรูปที่จะละลายมาเป็นประโยชน์ต่อพืช จึงทำให้เกิดการขาดธาตุอาหารฟอสฟอรัสในดิน

        5.2 น้ำท่วม เนื่องจากกลุ่มชุดดินที่ 10 เกิดในบริเวณที่ราบลุ่ม น้ำจะท่วมขังในช่วงฤดูฝนเป็นระยะเวลา 4-6 เดือนในรอบปีจึงเป็นข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชไร่ ไม้ยืนต้นหรือไม้ผลและการปลูกพืชผัก ส่วนใหญ่จึงใช้ในการทำนาหว่าน

        5.3 การระบายน้ำของดินในกลุ่มชุดดินที่ 10 ประกอบด้วยดินที่มีการระบายน้ำเลวถึงเลวมากและดินเป็นดินเหนียว จึงไม่เหมาะที่จะใช้ในการปลูกพืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้นและพืชผัก ต้องมีการปรับปรุงสภาพการระบายน้ำของดินต่อเนื่องจากการแก้ปัญหาน้ำท่วม


   
back.gif (2807 bytes)forward.gif (2807 bytes)